ปลาอะราไพม่า หรือที่นิยมเรียกกันในภาษาไทยว่า
ปลาช่อนยักษ์อเมซอน (อังกฤษ: Arapaima; ชื่อวิทยาศาสตร์: Arapaima
gigas) ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ในวงศ์ปลาตะพัด (Osteoglossidae)
อันดับปลาลิ้นกระดูก (Osteoglossiformes)
มีรูปร่างคล้ายปลาช่อน (Channa
stiata) มาก เป็นปลาที่มีขนาดใหญ่มาก เกล็ดมีขนาดใหญ่ มีสีดำเงาเป็นมัน
ครีบบน ครีบล่าง มีตำแหน่งค่อนไปทางหาง มีแถบสีแดง-ส้ม ตัดกับพื้นสีดำ
มีลำตัวค่อนข้างกลมและเรียวยาว ส่วนหัวมีลักษณะแข็งและมีน้ำหนักมาก
ส่วนลำตัวด้านท้ายมีลักษณะแบนกว้าง ในขณะที่ปลายังเล็กพื้นลำตัวจะมีสีเขียวเข้ม
และลำตัวส่วนที่ค่อนไปทางหางจะเป็นสีดำ และรูปร่างจะออกไปทางทรงกระบอก
เมื่อโตขึ้นบริเวณลำตัวและส่วนที่ค่อนไปทางหาง ครีบ และหาง
จะปรากฏสีชมพูปนแดงหรือสีบานเย็นประแต้มกระจายอยู่ทั่วไป เมื่อจวนตัว ปลาอะราไพม่าจะใช้ส่วนหัวที่แข็งพุ่งชนและกระโดดใส่เมื่อความรุนแรงเพื่อป้องกันตัว
ปลาอะราไพม่า
ไม่มีหนวดซึ่งแตกต่างไปจากปลาชนิดอื่น ๆ ในวงศ์เดียวกัน
และเป็นปลาที่มีอัตราการเจริญเติบโตที่ไวมาก ภายในเวลาเพียง 1-2
ปี สามารถมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นถึง 3-5 เท่าได้
ปลาที่โตเต็มที่เท่าที่มีการบันทึกสถิติไว้คือยาว 4.5 เมตร
น้ำหนักกว่า 400
กิโลกรัม
พบในแม่น้ำอเมซอนและลุ่มน้ำสาขาในทวีปอเมริกาใต้
โดยชาวพื้นเมืองจะเรียกว่า พิรารูคู (Pirarucu) ขณะที่ชาวพื้นเมืองที่ประเทศเปรูจะเรียกว่า
ไพชี่ (Phiche) โดยปลาชนิดนี้เป็นปลาที่ชาวพื้นเมืองใช้บริโภคกันในท้องถิ่น
ในบางท้องที่มีการเพาะเลี้ยงกันเป็นปลาเศรษฐกิจ
ปลาอะราไพม่ากินอาหาร ได้แก่
ปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร
ในบางครั้งสามารถกินสัตว์เลือดอุ่นขนาดเล็กกว่าที่อยู่บนบก เช่น ลิง หรือ สุนัข
หรือ นก ด้วยการกระโดดงับได้อีกด้วย
ชนิดใหม่ [แก้]
นอกจากนี้แล้ว ยังมีความเป็นไปได้ว่า
ปลาอะราไพม่าชนิดที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำเอสเซคิวโบที่ห่างไกล ในกายอานา
อาจจะเป็นชนิดใหม่จากการตรวจสอบทางดีเอ็นเอ
การขยายพันธุ์
จากการศึกษาพบว่า
ปลาอะราไพม่าจะถึงวัยเจริญพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 4-5
ปีและจะมีอายุยืน มากกว่า 20 ปี ปลาเพศผู้ เพศเมีย
สังเกตดูเพศจากภายนอกได้ยาก
แต่ในฤดูผสมพันธุ์ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคมของทวีปอเมริกาใต้
ปลาเพศเมียจะมีไข่ จะเห็นบริเวณท้องจะขยายใหญ่ขึ้นได้ชัดเจน
ส่วนเพศผู้หัวและลำตัวจะสีเข้ม และสีแดงอมส้มแถบโคนหางได้ชัดเจน ในฤดูวางไข่
ปลาวัยเจริญพันธุ์จะตีแอ่งสร้างรังใต้น้ำ ในระดับความลึกประมาณ 40-50 เซนติเมตร
ในบริเวณพื้นที่เป็นทราย แล้วนำหญ้า หรือพืชน้ำมาสร้างเป็นรัง
พ่อแม่ปลาจะช่วยกันสร้างรัง จากนั้นตัวเมียจะวางไข่ แม่ปลา 1
ตัวสามารถมีไข่ได้เป็นหมื่น ๆ ฟอง และจะฟักเป็นตัวในเวลาประมาณ 3-4
วัน แม่ปลาจะฟักไข่หรือดูแลตัวอ่อนไว้ในปาก
ส่วนพ่อปลาจะช่วยป้องกันอันตรายจนกว่าลูกปลาจะแข็งแรง และช่วยตัวเองได้ แม่ปลา 1
ตัว (อายุ 4 - 5 ปี) ที่สมบูรณ์เต็มที่ สามารถวางไข่ได้ถึง
180,000 ฟอง ไข่ของปลาชนิดนี้ มีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 1.8-1.4 นิ้ว
ปลาอะราไพม่า
เป็นปลาที่ได้รับความนิยมในแง่ของการเป็นปลาสวยงาม ซึ่งมีจุดเด่นคือ
ความใหญ่โตในรูปร่าง
ซึ่งปลาอะราไพม่าจัดได้ว่าเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดความยาวที่สุดในโลก (ปลาบึก (Pangasianodon
gigas) ที่พบในแม่น้ำโขง มีความยาวสั้นกว่า แต่มีน้ำหนักตัวที่มากกว่า)
ในประเทศไทยปลาชนิดนี้ถูกนำเข้ามาครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2529
และได้รับความนิยมสูงสุดในปี พ.ศ. 2530 ตราบจนปัจจุบัน
ซึ่งปลาอะราไพม่าแม้จะมีพฤติกรรมการกินอาหารที่ดูดุร้ายก็ตาม
แต่เมื่อนำมาเลี้ยงในสถานที่เลี้ยงแล้ว แม้ในปลาขนาดใหญ่กลับไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวกับมนุษย์เลย
ผู้เลี้ยงสามารถลงไปปล้ำไล่จับปลาเล่นได้ โดยที่ปลาไม่ขัดขืนหรือทำอันตรายใด ๆ
ปัจจุบัน
สามารถเพาะขยายพันธุ์ในบ่อดินขนาดใหญ่ได้แล้ว ในประเทศมาเลเซียและไทย
และมีคนไทยจำนวนหนึ่งกำลังทดลองเลี้ยงเป็นเพื่อบริโภคขายซึ่งเป็นปลาที่โตเร็วและเนื้อมีราคาแพง
อาจนำมาทดแทนเนื้อปลาช่อนทั่วไปได้
ถ้ามีการเลี้ยงขนาดใหญ่ซึ่งให้กำไรมากกว่าและอาจทำให้อนาคตราคาเนื้อถูกลงเพราะเลี้ยงง่ายโตไว
คุ้มกว่าการเลี้ยงปลาช่อนธรรมดา
ในตำนานและวัฒนธรรมร่วมสมัย
ปลาอะราไพม่าเป็นปลาที่ปรากฏในความเชื่อของชนพื้นเมืองอเมริกาใต้
โดยมีชื่อเรียกว่า "พิรารูคู" พิรารูคูเป็นบุตรชายของหัวหน้าเผ่าอินเดียนแดงที่มีความโหดร้ายและหยิ่งผยอง
พิรารูคูไม่นับถือเทพเจ้า เทพเจ้าสูงสุดจึงพิโรธ เมื่อพิรารูคูไปตกปลา
แต่พิรารูคูไม่หวั่นไหว เทพเจ้าสูงสุดจึงใช้สายฟ้าดึงเขาตกลงไปในแม่น้ำ และสาบให้เขากลายเป็นปลาใหญ่ไป[1]
ในวัฒนธรรมร่วมสมัย
ปลาอะราไพม่าได้ปรากฏอยู่ในเกมสตรีตไฟเตอร์ 2
เป็นเครื่องประดับในฉากของคาร์ลอส บลังกา ร่วมกับงูอนาคอนดา
สำหรับปลาอะไพม่าก้อถือว่าเป็นปลาที่มีราคาสูงอีกชนิดหนึ่งเลยทีเดียว..ครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น