วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ปลาหมอสี ฟลาวเวอร์ฮอร์น



สวัสดีครับในฉบับนี้เรามาคุยกันถึงเจ้าปลาหมอสีฟลาวเวอรืฮอร์นกันดีกว่าครับ
          ปัจจุบัน ปลาฟลาวเวอร์ฮอร์น จัดเป็นปลาตู้สวยงามที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ เพราะมีลักษณะโดดเด่นแปลกตาในเรื่องของรูปร่างกลมรี ศีรษะโหนกนูน สีสันสวยสะดุดตา ประกอบกับลวดลายที่ด้านข้างลำตัวของ ปลาฟลาวเวอร์ฮอร์น มีลักษณะคล้ายอักษรจีน ซึ่งมีความหมายถึงความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้ช่วยเพิ่มความนิยมในการเลี้ยงปลาชนิดนี้เป็นอย่างมาก

          ท่ามกลางกระแสความนิยมชมชอบในตัว ปลาฟลาวเวอร์ฮอร์น นั้น สถาบันวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพสัตว์น้ำจืด กรมประมง ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์และภัยเงียบที่เกิดขึ้นจากการเพาะเลี้ยง ปลาฟลาวเวอร์ฮอร์น ว่า การเพาะปลาชนิดนี้ในแต่ละครั้งจะได้ลูกปลาในแต่ละครอกครอกละประมาณ 1,000 ตัว และใช้เวลาเลี้ยงนาน 2-3 เดือน ลูกปลาจึงจะเติบโตจนเห็นสีสัน

          ทั้งนี้ ผู้เพาะพันธุ์มักจะคัดลูกปลาที่สวยไว้เพียง 10% เท่านั้น ส่วนที่เหลือจะนำปล่อยทิ้ง เพราะสู้ภาระค่าอาหารไม่ไหว โดยอาหารของ ปลาฟลาวเวอร์ฮอร์น จะต้องใช้ลูกปลาหรือปลาชนิดเล็ก จำนวนมากเป็นอาหาร ทำให้มีชาวประมงจับลูกปลาเล็ก ๆ ทุกชนิด โดยเฉพาะ ปลาซิวหนู ในพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส ส่งขายเป็นอาหารปลาฟลาวเวอร์ฮอร์น ซึ่งคาดว่าในอนาคตอาจถูกจับส่งขายจนสูญพันธุ์ได้ 

          นอกจากนี้ หากผู้เพาะพันธุ์นำลูกปลาฟลาวเวอร์ฮอร์นที่ไม่ต้องการปล่อยลงแม่น้ำธรรมชาติ อาจทำลายระบบนิเวศเป็นเหตุให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจาก ปลาฟลาวเวอร์ฮอร์น เป็นปลาที่มีความอดทนสูง ปรับตัวได้ดี  นิสัยดุร้าย มีลักษณะเป็นผู้ล่า และหวงถิ่นที่อยู่

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ปลาสิงโต( Lion Fish)




  ผู้อ่านทุกท่านครับ  เคยเห็นปลาทะเลที่รูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดมั้ยครับ วันนี้ผู้เขียน จะมาแนะนำปลาหน้าตาแปลกๆนี้ให้ผู้อ่านทุกท่านได้รู้จักกัน นั้นคือ ปลาสิงโต  






ชื่อสามัญ  Lion Fish

ชื่อวิทยาศาสตร์  Pterois antennata

ขนาดลำตัว 8-13 ซม.

ปลาสิงโต เป็นปลามีพิษซึ่งพิษอยู่ที่ก้านครีบ ปลาสิงโตจะอยู่ในครอบครัว Scorpaenidae ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่
ปลาสิงโต ( Pteroinae ) และ
     2.ปลาหินและปลาแมงป่อง ( Scorpaeninae )
ทั้งหมดนี้จะเป็นปลามีพิษร้ายแรง โดยที่พิษจะอยู่ที่ครีบแข็งทั้งหลาย เช่น ครีบอก ครีบหลัง พิษพวกนี้มีไว้ให้ป้องกันตัวอย่างเดียว เมื่อมีอันตรายเข้าใกล้ ปลาสิงโตจะกางครีบ เป็นการข่มขู่ แต่จะไม่ค่อยออกมาโจมตี หรือเอาครีบทิ่มแทงใคร

ปลาสิงโต ชอบอำพรางตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม ถ้าไปโดนพิษส่วนใหญ่จะเจ็บจี๊ดแล้วปวดขึ้นเรื่อยๆ

ข้อแนะนำ ถ้าโดนพิษปลาสิงโต ให้ทำความสะอาดแผล แล้วใช้ความร้อนเข้าสู้ พิษของปลาพวกนี้จะเป็นโปรตีน เมื่อโดนความร้อนจะสลายไป อาจจะใช้ไดร์เป่าผม น้ำอุ่น กระเป๋าน้ำร้อน หรืออะไรก็ได้ที่ร้อนๆประคบไว้ อาจจะใช้วิธีอังไฟก็ได้นะค่ะ ปรกติจะปวดประมาณ 24 ชม.แล้วจะค่อยๆ เบาลง

ลัษณะทั่วไป
ปลาตัวนี้จะมีลำตัวที่หนา มีครีบที่แข็งทั้งยังเป็นพิษร้าย บริเวณหัวจะมีหนามแหลม แต่บางตัวจะมีพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไป เช่น ผิวหนังตามหัว และลำตัวเป็นแผ่นยื่นออกมากซึ่งคล้ายกันปลาพันธุ์นี้มีหนวด การว่ายน้ำค่อนข้างเชื่องช้าชอบนอนนิ่งอยู่ตามพื้น ปลาสิงโตบางตัวมีสีที่กลมกลืนกับสีของพื้นทะเลซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการอำพรางตัวเพื่อล่าอาหารอีกด้วย
ปลาสิงโต ชนิดที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่

              1.ปลาสิงโตครีบยาว หรือปลาสิงโตธรรมดา ชื่อสามัญ  Ragged-Finned lionfish  ปลาสิงโตพันธุ์นี้จะมีจุดเด่น คือ ครีบของปลาค่อนข้างยาว บริเวณลำตัวจะเป็นลายแดงสลับแถบขาว ส่วนครีบของปลามีลักษณะเป็นหนวดยาว พบได้ทั้งมีสีขาว และลายบ้างเล็กน้อย
              2.ปลาสิงโตลายขาว    ชื่อสามัญ White-lined lionfish  ปลาสิงโตลายขาวจะเหมือนกับปลาสิงโตครีบยาว บริเวณลำตัวจะมีลายสีขาวเส้นเล็กๆคาดบริเวณลำตัว หนวดนั้นส่วนใหญ่จะพบเป็นสีขาว มีข้อแตกต่างจากปลาสิงโตครีบยาว คือจะมีลายเส้นขาวเล็กๆพาดตามตัวเป็นหลัก

อาหาร ปลาสิงโตจะลอยตัวนิ่งๆพุ่งเข้าชาร์ทเพยื่อด้วยความเร็วสูง กินปลาเล็ก หรือสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง จำพวกกุ้ง ปู เป็นอาหาร

 ปลาสิงโต สามารถเลี้ยงรวมกับปลาอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่าปากของมัน โดยสามารถเลี้ยงรวมกับ กลุ่มปลาเก๋า ปลากระพง หรือปลาสร้อยนกเขาชนิดต่างๆ แม้กระทั่งในกลุ่มปลาหิน หรือปลานกขุนทอง ปลาตาหวาน ก็ได้

ปลาที่ไม่เหมาะที่จะเลี้ยงรวมกับปลาสิงโต ได้แก่ ปลาเล็กๆ หรือปลาที่ชอบแทะเล็มปลาอื่น ได้แก่ ปลาผีเสื้อ ปลาขี้ตังเบ็ด เพราะปลาพวกนี้ชอบไล่ตอด ทำให้ปลาสิงโตเกิดความรำคาญและเป็นแผลได้

ผู้อ่านทุกท่านครับ จริงๆแล้วปลาสิงโต หรือสัตว์มีพิษทุกตัวที่อยู่ในทะเล คงไม่คิดอยากที่จะทำร้ายใครเพียงแต่เขาป้องกันตัวเองเท่านั้น คนชอบปลา อยากชวนเพื่อนๆมาลองเลี้ยง ปลาสิงโต ด้วยกันมั้ยครับ

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ปลาอินซิกนิส ปลาสวยงามในตู้กระจก



สวัสดีครับในฉบับนี้ผมก็ได้นำเรื่องของเจ้าปลาอินซิกนิสมาฝากกันนะครับ


  ปลาอินซิกนิส หรือที่นิยมเรียกว่า ปลาอินซีเน็ต (อังกฤษ: Flagtail Prochilodus, Silver Prochilodus, โปรตุเกส: Jaraqui (ในบราซิล)) เป็นปลาน้ำจืดมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Semaprochilodus insignis ในวงศ์ปลาอินซีเน็ต (Prochilodontidae)
มีรูปร่างทั่วไปคล้ายปลาในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) มาก ดวงตากลมโต ริมฝีปากหนาและใหญ่ และปากขยับไปมาตลอดเวลา เกล็ดมีขนาดเล็กมีสีเงินแวววาว เมื่อยังเล็กจะมีลายแถบและจุดสีดำกระจายอยู่บริเวณลำตัวค่อนไปทางโคนหาง มีเกล็ดบริเวณเส้นข้างลำตัวประมาณ 48 เกล็ด โคนหางคอดเล็ก ครีบท้องมีสีแดงสด ครีบหลังมีขนาดใหญ่และตั้งชี้ขึ้น ซึ่งครีบเหล่านี้เมื่อปลาโตขึ้นจะยิ่งชี้แหลมและสีสดยิ่งขึ้น ในบางตัวปลายครีบหลังอาจแหลมยาวคล้ายปลายผืนธง ครีบหางเป็น 2 แฉก มีขนาดใหญ่ ครีบหางและครีบก้นมีลายแถบสีดำเป็นทางตรงบนพื้นสีเหลืองหรือสีแดง
มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 30 เซนติเมตร อาจใหญ่ได้ถึง 35 เซนติเมตร เป็นปลาที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ กินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ พบกระจายพันธุ์ในลุ่มแม่น้ำอเมซอน ในทวีปอเมริกาใต้ โดยใช้ปากที่ขยับไปมาตลอดนั้นตอดอาหารจำพวกอินทรีย์วัตถุหากินตามพื้นน้ำหรือตะไคร่น้ำที่เกาะตามแก่งหินต่าง ๆ มีพฤติกรรมผสมพันธุ์หมู่และวางไข่ได้ครั้งละประมาณ 100,000 ฟอง
เป็นปลาที่ใช้บริโภคกันในท้องถิ่น และมีความสำคัญต่อมนุษย์ในแง่ของการเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม โดยจะนิยมเลี้ยงไว้เพื่อทำความสะอาดภายในตู้เลี้ยง เพราะเป็นปลาที่เก็บเศษอาหารกินทำให้ตู้เลี้ยงสะอาดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีความเชื่ออีกว่า เมื่อเลี้ยงคู่กับปลาอะโรวาน่าหรือปลามังกรด้วยแล้ว จะถือเป็นมงคล เหมือนหงส์คู่มังกร เพราะปลาชนิดนี้มีเรียกในภาษาจีนว่า "เฟยหง"[4] (จีนตัวเต็ม: 費宏) แปลว่า "ปลาหงส์" ซึ่งในราวปี พ.ศ. 2546-พ.ศ. 2547 ได้มีการบอกกล่าวกันเป็นทอด ๆ ในอินเทอร์เน็ตถึงคุณสมบัติของปลาชนิดนี้ ทำให้ปลาอินซีเน็ตมีราคาขายพุ่งขึ้นไปเกือบตัวละ 1,000 บาท ในปลาขนาดเล็กขนาดไม่เกิน 5 นิ้ว

วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การเพาะเลี้ยงปลาการ์ตูน







การเลี้ยงปลาสวยงามได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงภายในครอบครัว ตามร้านอาหาร โรงแรม สถานที่ราชการ หรือหน่วยงานต่าง ๆ เนื่องจากตู้ปลาสวยงามจะสร้างความสวยงาม ความเพลิดเพลินให้แก่ผู้พบเห็น บางคนเลี้ยงปลาสวยงามเป็นงานอดิเรกภายในครอบครัว ทำให้มีกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว เป็นการสร้างความรักความสามัคคีและความผูกพันธุ์ภายในครอบครัว เด็ก ๆ ที่ได้เลี้ยงปลาสวยงามจะทำให้เขามีความรัก ความเมตตาต่อสัตว์ มีจิตใจอ่อนโยน ทำให้เด็กใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญในสังคมปัจจุบัน จากความนิยมในการเลี้ยงปลาสวยงาม ได้ก่อให้เกิดกิจกรรม และธุรกิจต่อเนื่องหลายอย่าง สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่บุคคลหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น ธุรกิจเพาะพันธุ์ปลา ธุรกิจจำหน่ายปลา ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจผลิตและขายอุปกรณ์การเลี้ยงปลา ธุรกิจยา อาหาร และสารเคมี และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งปรากฎชัดเจนแล้วว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับปลาสวยงามได้สร้างงานสร้างรายได้เข้าประเทศได้ดีทางหนึ่ง

       การเลี้ยงปลาสวยงามแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ตามลักษณะน้ำที่ใช้เลี้ยงคือ การเลี้ยงปลาสวยงามน้ำจืดและการเลี้ยงปลาสวยงามทะเล ในอดีตเมื่อนึกถึงการเลี้ยงปลาสวยงาม คนส่วนใหญ่มักนึกถึงแต่การเลี้ยงปลาสวยงามน้ำจืด ส่วนการเลี้ยงปลาสวยงามทะเลจะเป็นสิ่งที่ไกลตัวและเป็นเรื่องยาก แต่ปัจจุบันเมื่อคนเข้าใจในระบบนิเวศน์ของทะเลมากขึ้น การเลี้ยงปลาทะเลจึงเป็นสิ่งที่ไม่ยากเหมือนแต่ก่อน การเลี้ยงปลาสวยงามทะเลจึงขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากปลาทะเลจะมีความสวยงามกว่าปลาน้ำจืดนั่นเอง แต่ผลที่เกิดขึ้นตามมาคือการจับปลาจากทะเล และการเก็บสิ่งประดับตู้ปลาต่าง ๆ จากทะเลเป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะสร้างรายได้อย่างงามให้แก่คนในธุรกิจนี้แต่ก็มีผลเสียต่อธรรมชาติเป็นอย่างมากเช่นกัน ด้านการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามทะเลในปัจจุบันพบว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร คือเพาะพันธุ์ได้น้อยชนิด และผลิตได้จำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับความต้องการของตลาด ดังนั้นหากจะพัฒนาธุรกิจด้านการเลี้ยงปลาสวยงามทะเล จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งศึกษาด้านการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามทะเล การเพาะพันธุ์ปะการัง รวมไปถึงพันธุ์ไม้น้ำทะเลด้วย

       เมื่อนึกถึงปลาสวยงามทะเล คนส่วนใหญ่จะนึกถึงปลาการ์ตูนเป็นลำดับต้น ๆ เนื่องจากปลาการ์ตูนเป็นปลาที่มีสีสรรสวยงาม น่ารัก เชื่องง่าย เมื่อการเลี้ยงปลาทะเลสวยงามเริ่มขยายตัว ปลาการ์ตูนจากธรรมชาติจึงถูกจับมาขายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูงและเป็นปลาที่จับได้ง่าย ปัจจุบันนี้พบว่า ประชากรของปลาการ์ตูนชนิดต่าง ๆ ได้ลดจำนวนลงอย่างมาก เกือบเข้าภาวะวิกฤติ จะต้องได้รับการช่วยเหลือโดยด่วน สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ ในสังกัด กองเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปลาชนิดนี้ทั้งในด้านการอนุรักษ์และคุณค่าทางเศรษฐกิจ จึงเริ่มศึกษาด้านการเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูนของไทยตั้งแต่ต้นปี 2544 โดยผสมผสานความรู้จากการศึกษาพฤติกรรมการวางไข่และการเจริญเติบโตของปลาการ์ตูนส้มขาวของอุ่นจิต (2537) กับความรู้ด้านการเพาะพันธุ์ปลากะรังของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดกระบี่ จนถึงปัจจุบัน ( กรกฎาคม 2545) สามารถเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูนได้ 5 ชนิด คือ ปลาการ์ตูนส้มขาว ปลาการ์ตูนลายปล้อง ปลาการ์ตูนลายปล้องหางเหลือง ปลาการ์ตูนหลังอาน และปลาการ์ตูนอินเดียน ทั้ง 5 ชนิด สามารถผลิตปลาขนาด 1 นิ้ว ได้จำนวนมากและมีอัตรารอดสูงอย่างสม่ำเสมอ วิธีการต่าง ๆ ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้

 ชีววิทยา
       ปลาการ์ตูนเป็นปลาที่ถูกจัดอยู่ในครอบครัวปลาสลิดหิน (damselfishes, family pomacentridae) (สุภาพร, 2543) ปัจจุบันปลาการ์ตูนทั่วโลกที่สำรวจพบ และได้รับการจำแนกแล้วมี 28 ชนิด เป็นสกุล (genus) Amphiprion จำนวน 27 ชนิด และ สกุล Premnas อีก 1 ชนิด คือ spinecheek anemonefish, Premnas biaculeatus ซึ่งลักษณะที่ใช้แยกปลาสกุลนี้ออกมาคือ มีหนามขนาดใหญ่ (enlarged spine) บริเวณใต้ตา (Allen, 1997)อุ่นจิต(2537) กล่าวว่า ปลาการ์ตูนที่พบในน่านน้ำไทยมี 7 ชนิด แบ่งเป็นฝั่งอันดามัน 5 ชนิด ได้แก่ ปลาการ์ตูนส้มขาว ปลาการ์ตูนอินเดียน ปลาการ์ตูนลายปล้อง ปลาการ์ตูนลายปล้องหางเหลือง และปลาการ์ตูนแดงดำ ส่วนปลาการ์ตูนที่พบในอ่าวไทยมี 2 ชนิด คือ ปลาการ์ตูนหลังอาน และปลาการ์ตูนอินเดียนแดง แต่ ธรณ์(2544) กล่าวว่า ปลาการ์ตูนลายปล้องสามารถพบได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน นอกจากนั้นยังพบปลาการ์ตูนส้มขาว และ ปลาการ์ตูนอินเดียนที่เกาะโลซิน จังหวัดนราธิวาส (อ่าวไทย) อีกด้วย

       ปลาการ์ตูนพบได้เฉพาะในเขตมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิกบางส่วน ในธรรมชาติปลาการ์ตูนจะอยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากดอกไม้ทะเล ดังนั้นเราจะพบปลาการ์ตูนได้ก็ต่อเมื่อได้พบดอกไม้ทะเลเท่านั้น แม้ว่าดอกไม้ทะเลจะมีเข็มพิษแต่กลับไม่ทำอันตรายต่อปลาการ์ตูน ทำให้ปลาการ์ตูนอาศัยอยู่อย่างปลอดภัยในดอกไม้ทะเล จากการสำรวจพบว่า ปลาการ์ตูนแต่ละชนิดจะจำเพาะเจาะจงต่อชนิดของดอกไม้ทะเลที่จะอาศัยอยู่ด้วย แต่ก็มีปลาการ์ตูนอีกหลายชนิดที่สามารถอาศัยอยู่กับดอกได้ทะเลได้หลายชนิด

       ปลาการ์ตูนแต่ละชนิดจะมีรูปแบบสีที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งปกติจะประกอบไปด้วยสีส้ม แดง ดำ เหลือง และส่วนใหญ่จะมีแถบสีขาวพาดขวางลำตัว 1-3 แถบ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของปลาการ์ตูนก็ว่าได้ อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นปลาการ์ตูนชนิดเดียวกันแต่ก็จะมีส่วนที่มีสีแตกต่างกันอยู่เสมอ ซึ่งน่าจะเป็นส่วนที่ทำให้ปลาการ์ตูนจำคู่ของมันได้ นอกจากนั้นปลาที่อาศัยต่างสถานที่กันอาจมีสีที่แตกต่างกันได้เรียกว่าความผันแปรของสี (colour variation)โดยปกติปลาการ์ตูนจะอยู่กันเป็นคู่ ๆ และอาจมีปลาขนาดเล็กอาศัยร่วมอยู่ด้วย แต่ในดอกไม้ทะเลดอกหนึ่ง จะมีปลาตัวผู้และตัวเมียอย่างละตัวเท่านั้น ปลาตัวเมียจะมีขนาดโตกว่าตัวผู้และตัวอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด และทำหน้าที่เป็นผู้นำ คอยปกป้องอาณาเขตที่เป็นที่อาศัยของมัน ถ้าปลาตัวเมียตายไป จะมีปลาตัวใหม่เจริญเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วและกลายเป็นตัวเมียแทน หรือหมายความว่า ปลาการ์ตูนสามารถเปลี่ยนเพศจากเพศผู้เป็นเพศเมียได้ Allen(1997) กล่าวว่า ปลาการ์ตูนจะวางไข่ครั้งละหลายร้อยฟองบริเวณฐานของดอกไม้ทะเล ซึ่งมีหนวดของดอกไม้ทะเลปกคลุม ทำให้ไข่มีความปลอดภัย พ่อปลาจะคอยดูแลไข่ หลังจากนั้น 6-7 วัน ไข่จะฟักเป็นตัวและล่องลอยไปตามน้ำ ใช้ระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ จากนั้นปลาต้องหาดอกไม้ทะเลเพื่อเป็นที่อยู่ ไม่อย่างนั้นปลาจะตายเนื่องจากอดอาหาร หรือถูกกิน

ปลาการ์ตูนส้มขาว clown anemonefish, A. ocellaris (Cuvier, 1830)
       ลำตัวมีสีส้มเข้ม มีแถบสีขาว 3 แถบ พาดบริเวณส่วนหัว ลำตัวและบริเวณหาง ขอบของแถบสีขาวเป็นสีดำ ขอบนอกของครีบเป็นสีขาวและขอบในเป็นสีดำ อาศัยในที่ลึก ตั้งแต่ 1-15 เมตร ขนาดตัวโตที่สุดประมาณ 10 เซนติเมตร อาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเลชนิด Heteractis magnifica และ Stichodactyla gigantea เป็นต้น ปลาการ์ตูนส้มขาวพบได้บ่อยที่สุดในทะเลอันดามัน อ่าวไทยพบได้ที่เกาะโลซิน จังหวัดนราธิวาส อาศัยอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ ในดอกไม้แต่ละกออาจพบปลาการ์ตูนชนิดนี้อยู่ด้วยกัน 6-8 ตัว

ปลาการ์ตูนลายปล้อง clark's anemonefish, A. clarkii (Bennett, 1830)
       ลำตัวมีสีดำเข้ม ส่วนหน้าครีบอกและหางมีสีเหลืองทอง มีแถบขาว 3 แถบ ตรงส่วนหัว ลำตัว และโคนหาง ปลาชนิดนี้มีความผันแปรของสีสูง มีไม่ต่ำกว่า 8 รูปแบบ (ธรณ์, 2544) สีของลูกปลาวัยรุ่นก็ต่างจากปลาเต็มวัย พบทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน จัดเป็นปลาการ์ตูนใหญ่ที่สุดของเมืองไทย ขนาดโตที่สุดประมาณ 15 ซ.ม. อาศัยอยู่ร่วมกับดอกไม้ทะเลได้หลายชนิด บางครั้งเป็นชนิดที่พบตามพื้นทราย ปลาการ์ตูนลายปล้องมีการแพร่กระจายกว้างมาก อาจอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม 3-4 ตัว โดยมีตัวเมีย ซึ่งมีขนาดโตที่สุด เป็นจ่าฝูง ตัวที่มีขนาดรองลงมาจะเป็นตัวผู้ ถ้าตัวเมียตายไปตัวผู้ก็จะรีบโตและเปลี่ยนเพศขึ้นมาทำหน้าที่แทน

ปลาการ์ตูนลายปล้องหางเหลือง sebae anemonefish, A. sebae (Bleeker, 1853)
       ลำตัวมีสีดำ ส่วนหางมีสีเหลือง มีแถบขาว 2 แถบ แถบแรกพาดอยู่บริเวณหลังตา อีกแถบพาดผ่านท้องขึ้นมายังครีบหลัง เป็นชนิดที่หายาก พบเฉพาะฝั่งอันดามันในที่ลึกตั้งแต่ 2-25 เมตร ขนาดโตที่สุดประมาณ 14 เซนติเมตร อยู่กับดอกไม้ทะเลชนิดที่ฝังทรายได้แก่ Stichodactyla haddoni มีสีน้ำตาลหนวดสั้น มักอยู่กันเป็นคู่กับลูกเล็ก ๆ 3-4 ตัว มีนิสัยดุร้ายกับปลาอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว

ปลาการ์ตูนหลังอาน saddleback anemonefish, A. polymnus (Linnaeus, 1758)
       ลำตัวมีสีน้ำตาลอมดำ มีแถบขาว 2 แถบ แถบแรกอยู่หลังตา อีกแถบเริ่มบริเวณกลางลำตัวเป็นแถบโค้งพาดเฉียงขึ้นไปที่ครีบหลัง ลักษณะคล้ายอานม้า พบในที่ลึก ตั้งแต่ 2-30 เมตร ขนาดโตที่สุดประมาณ 12 เซนติเมตร อยู่กับดอกไม้ทะเลชนิดที่ฝังตัวอยู่ตามพื้นทราย คือ Heteractis crispa และ Stichodactyla haddoni พบเฉพาะในอ่าวไทย

  ปลาการ์ตูนอินเดียน yellow skunk anemonefish, A. akallopisos (Bleeker, 1853)
       ลำตัวมีสีเนื้ออมเหลืองทองอมชมพู มีแถบขาวเล็ก ๆ พาดผ่านบริเวณหลังตั้งแต่ปลายจมูกจนจรดครีบหาง อาศัยในที่ลึกตั้งแต่ 3 - 25 เมตร ขนาดโตที่สุดประมาณ 10-11 เซนติเมตร อาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเลชนิด Heteractis magnifica และ Stichodactyla mertensii อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่คล้ายปลาการ์ตูนส้มขาว พบได้บ่อยทางฝั่งอันดามัน ส่วนอ่าวไทยพบที่เกาะโลซิน

การเพาะพันธุ์และอนุบาล
       1.การจัดการพ่อแม่พันธุ์
       1.1 การรวบรวมพ่อแม่พันธุ์
             รวบรวมพ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติ พยายามรวบรวมให้ได้พ่อแม่พันธุ์ที่จับคู่กันอยู่แล้วจะช่วยให้พ่อแม่พันธุ์วางไข่ได้เร็วขึ้น แต่ถ้าไม่สามารถหาพ่อแม่พันธุ์เป็นคู่ ๆ จากธรรมชาติได้ การจับคู่ให้ปลาการ์ตูนก็สามารถที่จะทำได้ เพศเมียจะมีขนาดใหญ่และอาจมีท้องที่อูมเป่ง ส่วนตัวผู้เลือกตัวที่มีขนาดเล็กและท้องเรียบ หลังการจับคู่ให้ปลาแล้วต้องคอยสังเกตว่าปลาจะยอมรับกันหรือไม่ ถ้าปลาไม่ยอมรับจะพบว่าปลาตัวเมียจะไล่กัดตัวผู้ บางครั้งตัวผู้อาจตายได้เนื่องจากโดนกัดหรือกระโดดหนีออกนอกตู้

       1.2 การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์
            1.2.1 การจัดตู้
                    ใช้ตู้กระจกขนาด 45x90x45 เซนติเมตร ใช้ระบบกรองน้ำแบบกรองทรายภายในตู้ โดยใส่แผงกรองรองรับพื้นตู้ใช้กรวด ซากปะการัง หรือ เศษเปลือกหอยเป็นวัสดุกรอง ใส่วัสดุสำหรับให้พ่อแม่ปลาผสมพันธุ์วางไข่ไว้ข้าง ๆ ดอกไม้ทะเล เช่น ก้อนหิน(ไม่จำกัดรูปทรงแต่ให้ผิวเรียบ)หรือเปลือกหอยตะโกรม(ปลาจะวางไข่ด้านในของเปลือกหอย) เปลือกหอยมือเสือเป็นอีกวัสดุหนึ่งที่ปลาชอบใช้วางไข่แต่ไม่ควรนำมาใช้ เนื่องจากการมีเปลือกหอยมือเสือในครอบครองเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ควรเลือกใช้หินผิวเรียบ หรือเปลือกหอยนางรมจะดีกว่าเนื่องจากหาได้ง่ายและไม่ผิดกฎหมาย
ดอกไม้ทะเลเป็นสิ่งสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดหนึ่ง บุคคลทั่วไปไม่สามารถมีในครอบครองได้ ดังนั้นจึงเป็นปัญหาหนึ่งของการเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูน แต่จากการทดลองเบื้องต้นของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดกระบี่พบว่า พ่อแม่พันธุ์ปลาการ์ตูนส้มขาวที่เลี้ยงในตู้กระจกโดยไม่ใช้ดอกไม้ทะเล ปลาสามารถที่จะวางไข่ในตู้กระจกได้ ส่วนการอนุบาลลูกปลาการ์ตูนและการเลี้ยงปลาการ์ตูนที่ได้จากโรงเพาะฟักพบว่าไม่จำเป็นต้องใช้ดอกไม้ทะเล

            1.2.2 น้ำและการจัดการ
                     น้ำที่ใช้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาการ์ตูนของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจัวหวัดกระบี่เป็นน้ำทะเลที่มีความเค็มประมาณ 30-33 ppt ก่อนนำมาใช้จะทำการฆ่าเชื้อในน้ำด้วยคลอรีน ความเข้มข้น 15-25 ppm และเป่าลมจนคลอรีนสลายหมด ในตู้กระจกจะใส่น้ำประมาณ 150 ลิตร เปลี่ยนถ่ายน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง(ไม่ต้องนำปลาออกจากตู้)ในช่วงบ่าย ครั้งละ 70-80 % พร้อมกับทำความสะอาดตู้(บริเวณด้านข้างของตู้) ควรล้างทรายในตู้เดือนละประมาณ 1 ครั้ง (นำปลาออกจากตู้ก่อน)น้ำที่นำมาใช้นอกจากการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนแล้ว น้ำที่ผ่านระบบกรองทรายก็น่าจะใช้ได้ผลดี สำหรับในแหล่งที่จัดหาน้ำทะเลไม่ได้ การใช้น้ำทะเลเทียมประกอบกับระบบกรองที่มีประสิทธิภาพดีกว่าการกรองทรายก็มีความเป็นไปได้ ทั้งนี้ผู้เลี้ยงต้องมีความรู้ในการควบคุมสภาพน้ำในระบบปิดเป็นอย่างดี

            1.2.3 อาหารและการให้อาหาร
                     ใช้เนื้อกุ้งสับละเอียดหรืออาร์ทีเมียตัวใหญ่(ตัวเต็มวัย) เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ ให้อาหารจนอิ่ม วันละ 2 ครั้ง ในเวลา 09.00 น. และ 15.00 น. มีบางรายงานที่เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ด้วยหัวใจวัว หรืออาหารชนิดอื่น ๆ แต่ยังไม่มีการศึกษาเปรียบเทียบผลของอาหารแต่ละชนิดต่อความสมบูรณ์ของปลา แต่จากการใช้เนื้อกุ้งและอาร์ทีเมียในการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์พบว่าปลามีสุขภาพสมบูรณ์ดี ให้ไข่สม่ำเสมอและได้ลูกปลาวัยอ่อนที่แข็งแรงดี นอกจากนั้น เนื้อกุ้งสามารถจัดหาได้ง่าย และสามารถเลือกซื้อกุ้งขนาดเล็กที่มีราคาถูกมาเป็นอาหารพ่อแม่พันธุ์ได้

       2.การวางไข่และการพัฒนาของไข่
          ก่อนที่ปลาจะวางไข่ 2-5 วัน ปลาตัวผู้จะเลือกวัสดุและทำความสะอาด โดยใช้ปากตอด ใช้ครีบอกและครีบหางโบกพัดสิ่งอื่น ๆ ที่ติดอยู่บนผิวหน้าของวัสดุให้หลุดไป เมื่อใกล้วางไข่ ปลาตัวเมียจะมีท้องที่อูมเป่ง ใหญ่กว่าปกติ และมีท่อนำไข่ไผล่ออกมายาวประมาณ 4-5 มิลลิเมตร หลังจากนั้น ปลาจะเริ่มวางไข่ภายใน 1 ชั่วโมง แม่ปลาจะวางไข่ติดกับวัสดุที่เลือกไว้แล้ว โดยวางเป็นชุด ๆ พ่อปลาก็จะปล่อยน้ำเชื้อเข้าผสม เมื่อวางไข่เสร็จพ่อปลาจะเฝ้าดูแลไข่ ด้วยการโบกพัดด้วยครีบ ใช้ปากตอด และเก็บไข่เสียออก แม่ปลาจะเข้ามาช่วยโบกพัดเป็นครั้งคราว ใช้เวลาประมาณ 7-8 วัน ไข่ก็พร้อมที่จะฟักออกเป็นตัว ปลาการ์ตูนสามารถที่จะวางได้ประมาณเดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 500-1,000 ฟอง ขึ้นกับขนาดและความสมบูรณ์ของพ่อแม่พันธุ์ ในการวางไข่ชุดแรก ๆ พบว่าปลามักจะกินไข่ตัวเองจนหมด เนื่องจากอาการตกใจ แต่เมื่อวางไข่ชุดหลัง ๆ ปลาจะเริ่มเคยชินกับการถูกรบกวนและจะไม่กินไข่ตัวเองอีก

       3.การฟักไข่
          หลังจากปลาวางไข่แล้ว 7-8 วัน ไข่พร้อมที่จะฟักเป็นตัว สังเกตได้จากตาของตัวอ่อนในไข่มีสีเงินวาว ในตอนเย็นนำไข่ที่พร้อมจะฟักออกเป็นตัวซึ่งติดอยู่กับก้อนหินหรือเปลือกหอยไปฟักในถังขนาด 500 ลิตร เติมน้ำทะเลสะอาด 300 ลิตร ในการฟักใช้หลักการเดียวกับ อุ่นจิต(2537) โดยอาศัยแรงลมดันน้ำให้ไหลผ่านไข่ปลาเบา ๆ (รูปที่ 6) ลูกปลาจะฟักออกจากไข่ในเวลากลางคืน จากนั้นจึงนำวัสดุ และอุปกรณ์การฟักออก

       4.การอนุบาล
       4.1 บ่ออนุบาล
            ถังไฟเบอร์กลาสสีน้ำตาล หรือ ถัง PE สีดำ ขนาดความจุ 500 ลิตร ใช้เป็นถังฟักและอนุบาลลูกปลาตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 15 วัน หลังจากนั้นจึงย้ายลูกปลาไปอนุบาลต่อในคอกในบ่อดิน(คอกทำด้วยอวนในล่อน ขนาดตาละเอียด หรือเลือกขนาดตาที่เหมาะสมที่ปลาไม่สามารถหนีออกไปได้)การอนุบาลในช่วง 5 วันแรก ควรปิดปากถังด้วยผ้าพรางแสงสีดำ 1 ชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงของแสงในบ่ออย่างรวดเร็ว และป้องกันสิ่งสกปรกอื่น ๆ

       4.2 น้ำและการจัดการ
         การอนุบาลในถังควรเปลี่ยนถ่ายน้ำประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ วันเว้นวัน พร้อมกับดูดตะกอนก้นถัง การดูดตะกอนจะเริ่มทำเมื่อปลาอายุประมาณ 5-6 วัน หรือเห็นว่าพื้นถังเริ่มสกปรก การถ่ายน้ำและการดูดตะกอนต้องทำอย่างนิ่มนวล เพื่อไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันในถังอนุบาล ซึ่งจะทำให้ปลาช็อกได้

       4.3 อาหารและการให้อาหาร
         ปลาอายุ แรกฟัก ถึง 7 วัน ใช้โรติเฟอร์เป็นอาหาร ความหนาแน่น ประมาณ 5-15 ตัว/มล. พร้อมกับเติมคลอเรลลาให้น้ำมีสีเขียวอ่อน ๆ เพื่อเป็นอาหารของโรติเฟอร์ ควรเช็คความหนาแน่นของโรติเฟอร์วันละ 2-3 ครั้ง เริ่มฝึกให้ปลากินอาร์ทีเมียแรกฟัก เมื่อลูกปลาอายุ 5 วัน เมื่อลูกปลากินอาร์ทีเมียได้ดีแล้วจึงหยุดให้โรติเฟอร์ อายุ 15 วัน ย้ายไปอนุบาลในคอก ถ้าไม่มีคอกอาจจะอนุบาลต่อในถังหรือบ่อซีเมนต์ขนาดใหญ่ขึ้นก็สามารถทำได้ โดยให้มีความหนาแน่นลูกปลาประมาณ 0.5-2 ตัว/ลิตร แต่การอนุบาลในคอกจะลดการทำงานในส่วนของการถ่ายน้ำ และมีต้นทุนที่ถูกกว่าหลังจากย้ายลูกปลาลงไปอนุบาลในคอกแล้วยังต้องให้อาร์ทีเมียตัวเล็กเป็นอาหารอีกประมาณ 5 วัน จึงฝึกให้กินไรแดงแช่แข็งและเนื้อปลาสดบดละเอียด วันละ 2-3 ครั้ง ถ้าสามารถจัดหาอาร์ทีเมียตัวใหญ่เป็นอาหารลูกปลาได้จะช่วยให้ลูกปลาโตเร็วขึ้น ใช้เวลาอนุบาลลูกปลาในคอกประมาณ 40-45 วัน จะได้ลูกปลาขนาด 1 นิ้ว สามารถจำหน่ายได้ หรือเลี้ยงให้โตกว่านี้ก็จะได้ราคาที่สูงขึ้น
ในฉบับก่อนผู้เขียนก็ได้นำเอาเรื่องของปลากาแดง ปลานวลจันทร์ ฉลามครีบแดงมาฝากกัน   สำหรับฉบับนี้เองผู้เขียนก้อได้นำเจ้าปลาการ์ตูนมาให้รู้จักกันครับ

วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ปลากาแดง ปลานวลจันทร์ ฉลามครีบแดง( Redfin Shark)



ชื่ออังกฤษ  Redfin Shark

ชื่อไทย   ปลากาแดง ปลานวลจันทร์  ฉลามครีบแดง

ประวัติถิ่นที่อยู่อาศัย   ถิ่นกำเนิดในประเทศไทย พบในแม่น้ำภาคกลาง เช่น ที่  กาญจนบุรี นครสวรรค์ ภาคเหนือที่สุโขทัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบที่แม่น้ำโขง

รูปร่างลักษณะ   คล้ายกับปลาทรงเครื่องมาก  แต่ลำตัวค่อนข้างยาวเรียวกว่าปลาทรงเครื่องลำตัวมักเป็นสีดำ แต่กาแดงลำตัวสีน้ำตาลอมเทา ไม่ดำสนิทเหมือนปลาทรงเครื่อง ครีบทุกครีบของปลากาแดงเป็นสีแดงหรือสีส้ม ด้านข้างหัวทั้งสองข้างมีแถบสีดำพาดจากปลายปากมา ถึงตา ตรงโคนหางมีจุดสีดำหนึ่งจุด  ปากขนาดเล็ก  ริมฝีปากบนงองุ้มกว่าริมฝีปากล่าง  มีหนวดสั้นๆ2คู่  ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 10-15 ซ.ม.

อุปนิสัย  ปลากาแดงค่อนข้างเลี้ยงง่ายกว่าปลาทรงเครื่อง ลูกปลากาแดงตัวเล็กๆก็เลี้ยงง่ายกว่าลูกปลาทรง เครื่อง และมีปริมาณรอดตายมากกว่า อุปนิสัยโดยทั่วๆไปเช่นเดียวกับปลาทรงเครื่อง

การเลี้ยงดู   ความเป็นอยู่และอาหารการกินของปลากาแดงทำนองเดียวกับปลาทรงเครื่องและสามารถเลี้ยงรวมกับปลาทรงเครื่องได้ดี
สำหรับฉบับนี้ผู้เขียนก้อได้นำเอาข้อมูลของเจ้าปลากาแดงมาฝากกันนะครับ



ปลาเซลฟิน( Sailfin Molly,Mollies )



ชื่ออังกฤษ   Sailfin Molly,Mollies

ชื่อไทย   ปลาเซลฟิน

ประวัติที่อยู่อาศัย   มีแหล่งกำเนิดทางภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกา

รูปร่างลักษณะ   เป็นปลาที่มีลำตัวค่อนข้างยาว แบน ครีบหลังใหญ่มองเห็นเด่นชัด

อุปนิสัย   เลี้ยงง่ายสมารถเลี้ยงรวมกับปลาอื่นได้ดี และเป็นปลาที่ออกลูกเป็นตัวเช่นเดียวกับปลาหางนกยูง หรือปลาสอด

การเลี้ยงดู   เซลฟินกินอาหารง่ายกินได้แทบทุกชนิด  อาหารสำเร็จรูป ไรแดง ลูกน้ำ

สำหรับฉบับนี้เองผู้เขียนก้อได้นำเอาข้อมูลเกี่ยวกับปลาเซลฟินมาฝากให้ผู้อ่านทุกท่านได้ศึกษาถึงอุปนิสัยและอาหารที่ปลาชนิดนี้กิน

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ปลารัมมี่โน




คนที่ตั้งชื่อปลาตัวเล็กๆหน้าตาคล้ายปลาซิวชนิดนี้ว่า รัมมี่โนส เตตร้าหรือที่เรียกกันสั้นๆว่า รัมมี่โนสนั้น นอกจากจะช่างคิดแล้ว ยังต้องเป็นคนรวยอารมณ์ขันแน่ๆทำไมน่ะหรือ?
หากมองเผินๆ ปลาอย่างรัมมี่โนสดูเป็นปลาที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ ยิ่งถ้าใครได้เห็นตอนที่เพิ่งใส่พวกมันลงไปในตู้ใหม่ๆคงต้องส่ายหัวกันทุกราย เพราะนอกจากจะไร้สีสันจนถึงขั้นจืดสนิทแล้ว ยังไม่มีจุดเด่นเอาเสียเลย
แต่ถ้าลองปล่อยให้พวกมันใช้เวลาปรับตัวในตู้อีกสักหน่อย คนที่เคยเห็นในตอนแรกอาจต้องร้องด้วยความประหลาดใจว่า นี่หรือคือปลาที่ฉันเคยเห็น เพราะนอกจากส่วนหน้าที่แดงเด่นขึ้นมาผิดหูผิดตาเป็นสีเชอร์รี่สดแล้ว หางยังมีลายสีขาวสลับดำให้ดูเก๋ไก๋ไปอีกแบบ
ยิ่งถ้าได้อยู่ในตู้ที่เต็มไปด้วยพรรณไม้น้ำสีเขียวชอุ่ม สีของปลาชนิดนี้ก็จะยิ่งตัดกันมากขึ้นอีกหลายเท่า ทำให้คนที่นิยมเลี้ยงพรรณไม้น้ำทั้งหลายต่างนิยมนำปลาชนิดนี้ไปเลี้ยงเพื่อเพิ่มสีสันให้กับตู้ไม้น้ำใบงามของตน
ถึงแม้ปลาชนิดนี้จะมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแม่น้ำเนโกรและเมตา ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของมหานทีอย่างอะเมซอนที่เข้าถึงได้ยาก แต่ปลาจำนวนมากก็ถูกรวบรวมจากธรรมชาติเพื่อสนองความต้องการของตลาดปลาสวยงามทั่วโลกในแต่ละปี โชคยังดีที่มีหลายประเทศเริ่มเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ได้ในที่เลี้ยงแล้ว และคาดว่าจะเพิ่มผลผลิตเพื่อทดแทนการจับปลาจากธรรมชาติได้ในอีกไม่นาน เพราะปลาส่วนมากที่ขายกันอยู่ในตลาดโลกก็เริ่มเป็นปลาที่เกิดจากการเพาะพันธุ์ในประเทศแถบเอเชียแล้ว รวมทั้งยังมีปลาผ่าเหล่าอย่าง รัมมี่โนสเผือกมาขายอีกต่างหาก
รัมมี่โนสเผือกจะมีสีเหลืองอมส้ม ตาสีแดง แม้จะมีเสน่ห์น้อยกว่าพวกออริจินัล แต่ก็เหมาะสำหรับพวกชอบของแปลก ไม่ซ้ำใคร ก็ดูแปลกตาไปอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วคิดว่ารัมมี่โนสเผือกพวกนี้ช่างไม่เหมาะกับการเลี้ยงในตู้ต้นไม้น้ำเลย ความที่ดูไม่ค่อยจะเป็นธรรมชาติสักเท่าไรนัก ถ้าเอาไปปล่อยในตู้ที่ตกแต่งด้วยของประดับเด็กเล่นน่าจะเหมาะมากกว่า
เมื่อก่อนรัมมี่โนสธรรมดามีราคาแพงมาก แพงขนาดไหนบอกได้แต่ว่าราคาขายปลีกอยู่ที่หลักร้อย ส่วนราคาขายส่งจะเท่าไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามีคนรู้จักปลาตัวนี้ไม่มากนัก ซ้ำยังไม่ค่อยจะมีให้เห็น แถมยังหายากหาเย็น ถ้าอยากได้ต้องคอยจ้องดูให้ดีๆ
รัมมี่โนสเป็นปลาฝูง ใครที่สนใจควรจะเลี้ยงรัมมี่โนสเป็นกลุ่ม ยิ่งมีจำนวนเยอะยิ่งดี ปลาจะว่ายน้ำรวมกันและขับสีสันให้เราดูอย่างเป็นธรรมชาติ หรือจะเลี้ยงปนกับปลาขนาดเล็กอื่นๆอย่างนีออนเตตราหรือคาร์ดินัลก็ย่อมได้ ไม่ผิดกติกาอะไร
ในฉบับนี้ผู้เขียนก็ได้นำปลารัมมี่โนสมาให้รู้จักกันเอาไว้พบกันใหม่ในฉบับหน้า